น้ำ
Call Center : 02-599-0199
คำถามน่ารู้
1. น้ำดื่มสยามมีจำหน่ายที่ใดบ้างและมีบริการจัดส่งหรือไม่?

น้ำดื่มตราสยามมีจำหน่ายที่  Siam Outlet , Mega Home , Sun 108 , Max Valu , Villa Market , UFM Fuji Super , ตั้ง ฮั่ว เส็ง หน่วยขายรถเงินสดและร้านค้าตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้าน หรือสนใจโทรสั่งซื้อกับ call center 02-599-0199 ซึ่งมีบริการจัดส่งฟรีถึง บ้านและออฟฟิตในเขตกทม.,ปริมณฑลภายใต้เงื่อนไขการสั่งซื้อขั้นต่ำที่กำหนด

2. น้ำดื่มสยามมีจำหน่ายขนาดใดบ้าง ราคาและโปรโมชั่นเป็นอย่างไร ?

น้ำดื่มสยามเล็งเห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายความต้องการจึงผลิตน้ำดื่มและน้ำแร่ขนาดต่างๆ ได้แก่ น้ำดื่ม มีจำหน่ายขนาด 220,350,599,1500 และ 6000 มล. ส่วนน้ำแร่มีจำหน่ายขนาด 350,599,1500 มล. โดยเน้นจำหน่ายในราคามาตรฐานที่ไม่แพงกว่าคู่แข่งในท้องตลาดหรือกฎหมายกำหนด ส่วนรายการโปรโมชั่นจะขึ้นอยู่กับช่วงเวลา,ประเภทการสั่งซื้อและช่องทางจัดจำหน่าย ซึ่งต้องสอบถามรายละเอียดจากฝ่ายขายหรือ Call Center ในช่วงนั้นๆอีกครั้ง

3. น้ำ House Brand กับน้ำดื่มสยามแตกต่างกันหรือไม่ ?

น้ำดื่ม House Brand กับน้ำดื่มตราสยามผลิตภายใต้มาตรฐานเดียวกันทุกขั้นตอนการผลิต จึงมั่นใจในคุณภาพได้ 100% ต่างกันเพียงชื่อยี่ห้อเท่านั้น

 

4. การสั่งผลิตน้ำHouse Brand มีเงื่อนไขอย่างไร ?

การสั่งผลิตน้ำ House Brand ทำได้ง่ายๆสำหรับลูกค้าที่ต้องการน้ำดื่มที่เป็นแบรนด์ของตนเอง โดยมีเงื่อนไขการสั่งขั้นต่ำ 2,000 แพ็ค/เดือน เป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี ซึ่งบริษัทฯของเรา มีการออกแบบฉลาดให้ฟรีและจะดำเนินการขอ อย. จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ให้ครบครัน ลูกค้ารับผิดชอบเรื่องค่าบล็อกสีฉลาก เท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02-599-0199

5. ทำไมคนเราต้องดื่มน้ำแร่ ดื่มเพื่ออะไร หากไม่ดื่มจะทำให้ร่างกายอ่อนแอไม่แข็งแรงหรือไม่ ?

การดื่มน้ำแร่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของบุคคลที่ใส่ใจในสุขภาพและต้องการเสริมแร่ธาตุให้กับร่างกาย หากใครที่ไม่ชอบบริโภคน้ำแร่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะทำให้ร่างกายอ่อนแอและเกิดโรคภัยไข้เจ็บ แต่ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาสุขภาพของแต่ละบุคคลการทานอาหารครบ 5หมู่ หมั่นออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใสอยู่เสมอ ก็สามารถรักษาสุขภาพให้แข็งแรงได้

 

6. ทำไมน้ำดื่มระบุวันหมดอายุและขวดน้ำดื่มนำกลับมาใช้งานซ้ำได้หรือไม่ ?

โดยปกติน้ำดื่มจะไม่มีวันเสียหรือหมดอายุ แต่สาเหตุที่ต้องระบุวันหมดอายุไว้ที่ขวดบรรจุภัณฑ์ (น้ำดื่มระบุวันหมดอายุไว้ 2 ปี,น้ำแร่ 1 ปี) เป็นเพราะว่าส่วนหนึ่งต้องการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าจะได้น้ำดื่มที่ใหม่ สดเสมอ ประกอบกับหากเกิน 2 ปีไปแล้ว ขวดบรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติก P.E.T อาจจะเสื่อมสภาพและทำให้น้ำเสียรสชาติได้ ถ้าหากมีการจัดเก็บที่ไม่เหมาะสม เพราะในความเป็นจริงบางคนนิยมกรอกน้ำแล้วเก็บในตู้เย็นซึ่งขวดจะได้รับความเย็นที่อุณหภูมิประมาณ 4-8องศาเซลเซียล เมื่อนำมาใช้ดื่มขวดที่เย็นถูกวางที่สภาวะอุณหภูมิห้องหรือสภาวะอากาศที่ร้อนกว่านั้น ประมาณ 35-38องศาเซลเซียล เป็นอย่างนี้สลับกัน 2-3ครั้งหรือวางไว้ในอุณหภูมิที่มากกว่า 40องศาเซลเซียล เช่น เก็บไว้ในรถยนต์ที่จอดไว้กลางแสงแดดจ้า ขวดจะเกิดการคลายสารที่เรียกว่า ไดอะซิติล อะซิเตท (Diacetyl Acetate) ออกมา ซึ่งอาจปนเปื้อนในน้ำและสะสมในร่างกายได้ ส่วนน้ำแร่ก็อาจมีโอกาสเกิดตะใคร่น้ำได้ถึงแม้จะผ่านการกรองมาอย่างดีแล้วก็ตาม ดังนั้นทางที่ดีไม่ควรนำขวดน้ำมาใช้ซ้ำอีก แต่หากจำเป็นควรจะเก็บในอุณหภูมิที่ไม่เกิน 25 องศาและไม่ควรนำมาใช้เกินกว่า 2 ครั้ง  เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

7. มีคนกล่าวว่าดื่มน้ำที่ผ่านขั้นตอน R.O. มาก ๆ ไม่ดีจริงหรือไม่ ?

น้ำดื่มที่ผ่านระบบการกรองแบบ R.O. หรือ Reverse Osmosis เป็นระบบการฟอกน้ำและสารละลายออกจากน้ำด้วยแรงดันน้ำสูง โดยผ่านเยื่อเมมเบรน Thin Film Composite (TFC) ที่มีความละเอียดสูงถึง 0.0001ไมครอนหรือ 1/800,000ส่วนของเส้นผมมนุษย์ ดังนั้น น้ำที่ผ่านเยื่อเมมเบรนออกมาจะเป็นน้ำที่บริสุทธิ์ ปราศจากสิ่งปนเปื้อนที่มากับแหล่งน้ำ เช่น โลหะหนักจำพวก สารปรอท, สารหนู, ยาฆ่าแมลง, ปุ๋ยเคมี รวมถึงเชื้อจุลินทรีย์ เชื้อแบคทีเรียต่างๆ โดยสามารถกำจัดสิ่งสกปรกได้ถึง 96%ดังนั้นหากผู้บริโภคต้องการน้ำดื่มที่มีความสะอาดบริสุทธิ์ปราศจากสิ่งปนเปื้อนแล้วละก็ น้ำดื่มที่ผ่านระบบ R.O. จึงเป็นน้ำดื่มที่เหมาะสมที่สุด  ส่วนกรณีที่กล่าวกันว่าหากดื่มน้ำ R.O. มาก ๆ จะเป็นอันตรายต่อร่างกายนั้น แท้ที่จริงแล้วการดื่มหรือรับประทานสิ่งใดมากเกินไปหรือน้อยจนเกินไป ย่อมไม่เป็นผลดีต่อร่างกายเสมอไป แต่ในด้านพฤติกรรมการรับประทานของคนเราทั่วไปควรที่จะได้รับอาหารที่หลากหลายและครบทั้ง 6หมู่ อาทิ คาร์โบไฮเดรต, โปรตีน, ไขมัน, วิตามิน, เกลือแร่และน้ำดื่มที่สะอาด เพื่อช่วยในการดูดซึมสารอาหารต่างๆ เหล่านี้เข้าสู่ร่างกายได้ดี อีกทั้งออกกำลังกาย ทำจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ ก็สามารถที่จะมีสุขภาพที่ดีได้ ดังนั้นความเสี่ยงต่าง ๆ จึงขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการบริโภคของแต่ละคนด้วย

8. น้ำดื่ม RO ของตู้กดน้ำหยอดเหรียญมีคุณภาพแตกต่างจากน้ำดื่ม RO ที่ผลิตจากโรงงานมาตรฐานอย่างไร ?

น้ำดื่มที่ได้จากตู้กดน้ำหยอดเหรียญผลิตมาจากน้ำประปาที่เปิดเข้าระบบการกรองแบบ RO ชุดเล็กในทันทีและผ่านการฆ่าเชื้อด้วยหลอดยูวี โดยที่ไม่มีการตรวจสอบประสิทธิภาพการกรองของเครื่องอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญรวมถึงไม่มีการตรวจสอบค่าทางกายภาพ,เคมี,ชีวภาพและฟิสิกส์ ซึ่งต่างจากน้ำดื่มสยามที่เป็นโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐาน โดยนำน้ำดิบมาจากแหล่งน้ำใต้ดินธรรมชาติที่มีความลึกมากกว่า 250 เมตรรวมถึงผ่านกระบวนการกรองด้วยคุณภาพมาตราฐาน 4 ขั้นตอน คือ การกรอก3ชั้น filtration การกรองผ่านเยื้อเมมเบรน ฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวีและฆ่าเชื้อขั้นสุดท้ายด้วย โอโซน ซึ่งระบบที่ได้รับการรับรองโดย GMP ,อย. ISO90001, HACCP ดังนั้นผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ถึงความสะอาดปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ

9. น้ำดื่มสยามที่แจกในปั๊มเอสโซ่มีคุณภาพแตกต่างจากที่จำหน่ายทั่วไปอย่างไร ?

น้ำที่แจกในปั๊มเอสโซ่เป็นน้ำแร่ธรรมชาติตราสยามซึ่งมีฉลากสีเขียวโดยผลิตจากแหล่งน้ำและผ่านกระบวนการผลิตมาตรฐานเดียวกับน้ำดื่มตราสยามฉลากสีน้ำเงิน เพียงแต่น้ำแร่จะไม่ผ่านขั้นตอน RO เพื่อให้คงไว้ซึ่งแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าถึงแม้จะเป็นน้ำแจกแต่มีมาตรฐานคุณภาพ สูงเช่นกัน

10. น้ำดื่มสยามแตกต่างจากน้ำดื่มยี่ห้ออื่นอย่างไร ?

น้ำแต่ละยี่ห้อนอกจากจะแตกต่างกันในเรื่องแหล่งน้ำดิบที่นำมาผลิตโดยมีผลต่อรสชาติการดื่มแล้ว ยังแตกต่างกันในเรื่องคุณภาพและประสิทธิภาพการผลิตอีกด้วย สำหรับน้ำดื่มสยามนำน้ำดิบจากน้ำใต้ดินที่ลึกกว่า 250 เมตร รวมถึงมีขั้นตอนการผลิตถึง 4 ขั้นตอน (ซึ่งส่วนใหญ่ยี่ห้ออื่นมักมีขั้นตอนการผลิตเพียง 3 ขั้นตอนเท่านั้น) ซึ่งทำให้ได้น้ำดื่มที่ใสสะอาดอย่างแท้จริง และ มีแร่ธาตุสมบูรณ์ตามธรรมชาติ มีรสชาติที่ดีกว่าน้ำยี่ห้ออื่นที่ผลิตจากน้ำประปา ประกอบกับบริษัทของเรามีความเชี่ยวชาญในการผลิตน้ำดื่ม เพราะประสบการณ์ในการผลิตน้ำดื่มตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนเป็นที่ยอมรับของบริษัทชั้นนำต่างๆกว่า 60 แบรนด์

11. น้ำดื่มสยามมีคุณภาพอย่างไรและมีมาตรฐานรับรองอะไรบ้าง ?

น้ำดื่มสยามใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิตจนได้น้ำที่มีคุณภาพสูงเป็นที่ยอมรับระดับโลก ด้วยกระบวนการผลิตถึง 4 ขั้นตอนได้แก่ Filtration (กรอง 3 ชั้น) ,RO ,UV ,Ozone โดยมีการควบคุมคุณภาพด้วยระบบ QC ทุกขั้นตอน และได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันชั้นนำต่างๆ อาทิ GMP, อย., มอก., ISO 9001 : 2008 , HACCP รวมถึงผ่านการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำเป็นประจำจากสถาบันระดับโลก อาทิ SGS,US Army อีกด้วย

12. การผลิตน้ำดื่มจากน้ำใต้ดินกับน้ำประปามีความแตกต่างกันอย่างไร ?

น้ำใต้ดินไม่ต้องผ่านการแปรรูปหรือปรุงแต่งมากนัก ซึ่งจะได้แร่ธาตุที่สมบูรณ์และมีรสชาติของน้ำที่ดีตามธรรมชาติ โดยปราศจากสารปนเปื้อน เสมือนดื่มน้ำฝนที่บริสุทธิ์ โดยจะต่างจากน้ำดื่มที่ผลิตจากน้ำประปาซึ่งต้องผ่านกระบวนการแปรรูปและปรุงแต่งต่างๆมากมายเพื่อให้ได้น้ำที่สะอาดสำหรับดื่ม แต่จะได้แร่ธาตุที่ไม่สมบูรณ์ตามธรรมชาติและรสชาติน้ำก็จะเปลี่ยนไปด้วย

13. บ่อบาดาลที่ใช้สูบน้ำมาทำน้ำแร่ลึกเท่าไหร่ และแร่ธาตุที่อยู่ใต้ดินอยู่ลึกเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าเป็นแหล่งแร่ธาตุที่สมบูรณ์

บ่อน้ำบาดาลที่ใช้สูบขึ้นมาทำแร่ควรลึกไม่ต่ำกว่า 150เมตร ถึงจะได้แหล่งน้ำมีแร่ธาตุสมบูรณ์ตามธรรมชาติ และปราศจากสารปนเปื้อนที่มากับแหล่งน้ำ                                                      

14. น้ำใต้ดินที่นำมาผลิตมีการเสียค่าใช้จ่ายหรือไม่ ?

การสูบน้ำใต้ดินมาใช้ผลิตน้ำดื่มจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่เรียกว่าค่าการอนุรักษ์น้ำให้กับหน่วยงานราชการตามที่กฎหมายกำหนด โดยจะมีมิเตอร์น้ำติดตั้งอยู่ปากบ่อสูบน้ำบาดาล ซึ่งจะคิดยูนิตละ 18-20 บาท (แพงกว่าน้ำประปา)